อาจเป็นเพราะฉันกับสามีมาจากจังหวัดคยองซังก็ได้
คู่รักคู่นี้ขาดการสนทนาที่เปิดโอกาสให้พวกเขาแบ่งปันกิจวัตรประจำวันกัน
เราควรพูดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้นหรือไม่?
หลังจากเข้าร่วมสัมมนาเรื่องภาษาแห่งความรักของแม่เมื่อปีที่แล้ว
ฉันรู้สึกสงสารสามีมาก
หลังจากใช้ชีวิตการทำงานที่เครียดในบริษัทมา 25 ปี
มันคงยากและเหนื่อยมากแน่ๆ
เพราะฉันมักเพิกเฉยต่อเรื่องราวเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจฟังให้ดี
ทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจการรณรงค์ ผมก็กลับบ้าน
ซื้อกระดาษโน้ต Post-it รูปทรงต่างๆ
ฉันเริ่มเขียนวันละหนึ่งข้อความติดไว้ที่ตู้เย็นในที่ที่มองเห็นได้ง่าย
ตอนแรก เจ้าบ่าวอ่านข้อความนั้นแล้วก็เดินผ่านไป
ตอนนี้ผ่านมาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว
ถ้าไม่มีตัวหนังสือ คนก็จะสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
พวกเขายังขอให้ฉันทำงานต่อในเดือนกุมภาพันธ์ด้วย
ภาษาแห่งความรักของแม่ไม่ได้จบลงเพียงแค่การรับรู้เท่านั้น
ฉันตระหนักอีกครั้งว่าฉันต้องนำสิ่งนี้ไปปฏิบัติจริง